2.7.09

ต้นธาร

“The problem is not enjoyment; the problem is attachment.”

Tilopa

29.6.09

จดหมายข่าววัชรปัญญาประจำเดือนมิถุนายน ๒๕๕๒

แม้ผมจะไม่โปรดปรานกับสถานะของการเป็นนักท่องเที่ยว กับภาพบรรยากาศของธุรกิจการท่องเที่ยวที่แทรกซึมอยู่ทั่วทุกหนทุกแห่ง ผมก็ยังเห็นข้อดีของการเดินทางไปสัมผัสสถานที่ ภูมิอากาศ ภาษา และวัฒนธรรมของผู้คนต่างชาติต่างภาษา มีอะไรบางอย่างที่การเดินทางได้มอบให้เรา ให้เราได้อยู่กับความไม่แน่นอน และการเปลี่ยนแปลง อีกทั้งการได้หยุดอยู่กับอะไรที่ไม่ได้ดังใจและไม่เป็นไปอย่างที่เราคิด ยิ่งหากเรามีโอกาสได้เดินทางคนเดียวก็เป็นโอกาสที่เราจะได้อยู่กับตัวเอง ทนอยู่กับหลายสิ่งหลายอย่างในตัวเองที่หลายครั้งเรามักมีคนใกล้ชิดเป็นที่รองรับ

การเดินทางไปลาดักและแคชเมียร์ในช่วงสามอาทิตย์ที่ผ่านมา เป็นประสบการณ์ครั้งแรกที่ผมได้เข้าไปสัมผัสท้องถิ่นที่มีกลิ่นอายของวัฒนธรรมพุทธวัชรยาน วัดวาอารามบนยอดเขา ทะเลทรายกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา กับบรรยากาศและสีสันของภูมิประเทศอันดิบโหดอันเป็นพื้นหลังของสายปฏิบัติสายนี้ ความตรงไปตรงมาของสัจธรรมความจริงอันไม่ปรานีต่อหลักเกาะเกี่ยว ได้ก่อร่างพุทธวิถีที่ตรงไปตรงมา ไร้มายา ไร้จริต เข้มข้น และเข้มแข้ง อย่างที่ในแก่นสาระที่หากผู้ใดเข้าถึง ก็เรียกได้ว่าไม่มีอะไรที่จะสามารถเข้าไปทำลายได้

แต่สิ่งที่หลงเหลืออยู่ในวิถีปฏิบัติและวัฒนธรรมเก่าแก่ดั้งเดิมในประเทศพุทธในทวีปเอเชีย ไม่เว้นแม้แต่ดินแดนสนธยาอย่างลาดัก ภูฐาน หรือ ทิเบต ในปัจจุบัน ในหลายแง่มุมได้กลายเป็นสิ่งที่กำลังค่อยๆตายลงไป คุุณค่าทางจิตวิญญาณในเอเชียกำลังค่อยๆกร่อนลงเหลือแต่เพียงเปลือกนอกที่สวยงามอันไร้จิตวิญญาณ การรุกล้ำของลัทธิวัตถุนิยมและบริโภคนิยม เทคโนโลยี สื่อสมัยใหม่ และการท่องเที่ยว ได้เข้าไปแนบขนาบรั้ววัดและชุมชนพื้นเมืองในทุกๆด้าน การตั้งรับอย่างไม่มีทิศทางจนกลายเป็นความเมินเฉยและสยบยอมต่อเหตุปัจจัยที่เปลี่ยนไป ภาพที่เห็นซ้ำแล้วซ้ำเล่าของการพยายามปรับตัวของพุทธศาสนาในโลกสมัยใหม่ ที่เป็นไปในลักษณะของการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอย่างฉาบฉวย การพยายามเข้าใจโดยขาดความลุ่มลึกและการเห็นแจ้งแทงตลอด รูปแบบตามประเพณีดั้งเดิมของพุทธศาสนาได้อ่อนกำลังลงอย่างเห็นได้ชัดในบริบทที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงของโลกสมัยใหม่ การพยายามถอยหนีที่ดูจะใช้ไม่ได้ผล และการโผเข้าไปหาก็ออกจะปราศจากทักษะที่กลั่นมาจากความเข้าใจ ความกล้า และรากอันหยั่งลึกของการฝึกปฏิบัติ

วิถีแห่งพุทธธรรมในโลกสมัยใหม่? นั่นคือ วลีที่เป็นคำถามในใจผมเสมอมา เป็นทั้งคำถามและแรงดลใจ เป็นทั้งคุณค่าทางจิตวิญญาณและไฟแห่งความทุกข์ที่ผมเข้าไปประสบ แต่ทั้งหมดนั้นก็คือประสบการณ์บนเส้นทางการแสวงหาคุณค่าทางจิตวิญญาณของคนๆหนึ่ง ที่อยากจะเอาชีวิตของตัวเองเข้าไปทดลอง ล้ม ลุก คลุก คลาน "ตามที่เป็นจริง" จนหาท่าทีเดิมแท้แห่งการวางตัว วางใจ ท่ามกลางเหตุปัจจัยที่โกลาหลและพิลึกพิลั่นตามธรรมชาติของสังคมที่เปลี่ยนไปของเพื่อนมนุษย์ร่วมสมัย ไม่มีใครรู้ว่ามันจะออกมาเป็นอย่างไร ไม่มีใครรู้ว่ามันจะออกหัวออกก้อย และไม่ว่าเพื่อนๆจะชอบมันหรือไม่ ผมว่าเราก็ดันมารู้จักกันเสียแล้ว และไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เราก็อยู่ร่วมกันในคำถามแห่งยุคสมัยคำถามนี้ไม่มากก็น้อย

อีกสองเดือน "บ้านตีโลปะ" คงจะเสร็จสมบูรณ์และพร้อมสำหรับการเป็นห้องทดลองความจริงของเราทุกคน และผมยังคงหวังว่า ไม่ว่าใครจะทำอะไรอยู่ที่ไหนอย่างไร เราจะยังคงเป็น "กัลยาณมิตร" ที่ดีงาม คอยพูดคุย สนทนา ตักเตือนกัน เรียนรู้ไปด้วยกันบนการเดินทางอันยาวไกลและแสนโดดเดี่ยวสายนี้

ด้วยรักและคิดถึง
วิจักขณ์

"You know, happiness is not the point... it's much more interesting than that." - Chogyam Trungpa Rinpoche.

[quote sent along by Amy Stahl]

27.6.09

influence of india






just like that.

25.6.09

นักรบแห่งตันตระ



ความงามของอาจารย์ประมวลปรากฏอยู่ในความอ่อนน้อมถ่อมตน และความเมตตาต่อทุกผู้คนที่อาจารย์พานพบ ความเรียบง่ายของการดำเนินชีวิต การตั้งจิตอธิษฐาน ใส่ความตั้งใจในเรื่องเล็กๆที่มีความหมายต่อการงอกงามทางใจ ความโปร่งใสไม่มีอะไรที่ต้องกลัวหรือหลบซ่อน นำมาซึ่งความสง่างามในการดำเนินชีวิตอย่างไม่อาจอธิบายได้

ดีใจที่ได้สัมผัสผู้ใหญ่ที่น่ารักอย่างอาจารย์ประมวล ผู้ใหญ่ที่น่าเคารพและน่ากราบไหว้ หนึ่งในไม่กี่คนที่สามารถเข้าใจนัยของการเดินทางแห่งตันตระด้วยหัวใจอันบริสุทธิ์หมดจด อย่างปราศจากความตื่นตาตื่นใจอย่างผิวเผิน

1.6.09

เติมความบ้าให้สวนโมกข์

สวนโมกข์ คือ อะไร
อะไรคือสวนโมกข์
สวนโมกข์ ของใคร
คนใน คนนอก
สวนโมกข์ไม่มีวันตาย?
อะไรที่ไม่มีวันตาย
พุทธทาสไม่มีวันตาย
อะไรคือ พุทธทาส

...ไอ้เด็กบ้าพวกนี้

ป.ล. ฟังไฟล์เสียงสัมภาษณ์กัญญา ลิขนสุทธิ์ และ วิจักขณ์ พานิช
ส่วนที่ ๑ และ ส่วนที่ ๒










ถ่าย by วอก

30.5.09

จดหมายข่าววัชรปัญญาประจำเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๒

"เป็น อยู่ คือ" ได้ฝากทั้งประสบการณ์ที่มีค่า ภาพความเป็นไปได้แห่งอนาคต และการตระหนักรู้ถึงคุณค่าของอดีต ช่วงเวลาตลอด ๗ วัน ผมกับพี่หลิ่งได้ทดลองความเป็นไปได้ในการบรรสานดินกับฟ้า โลกกับธรรม สัมพันธ์กับสัมบูรณ์ สังสารกับนิพพาน ในรููปแบบของการภาวนาที่หมิ่นเหม่และท้าทาย การกลับไปกลับมาระหว่าง absolute space ของการภาวนา และ relative space ของอารมณ์ ความรู้สึก และการเลื่อนไหลของอารมณ์และความรู้สึกนั้น ถือเป็นการเดินทางร่วมกันของเราทั้ง ๔๑ ชีวิตอย่างแท้จริง แต่ละวันที่วิทยากรต่างก็โดนหั่นเฉือนไม่แพ้ผู้เข้าร่วม เราได้เอาตัวตนของเราแต่ละคนมาวางไว้บนโต๊ะอย่างไม่เขินอาย ไม่มีการสร้างภาพของการตรัสรู้ของผู้ฝึกภาวนา มีก็แต่ความจริงใจต่อตนเองในการขัดเกลาจิตใจบนเส้นทางเพียงเท่านั้น

การร่วมสืบค้น เรียนรู้ ฝึกฝน และแสวงหา กับคนหนุ่มมากด้วยตัณหาราคะอย่างผม อาจเป็นสิ่งที่ดูไม่น่าไว้วางใจนัก เพราะหากผลของการปฏิบัติของผู้สอนยังไม่ได้แสดงถึงภาวะแห่งการดับทุกข์โดยสิ้นเชิงแล้วไซร้ แล้วอะไรคือหลักประกันของเป้าหมายในการเดินทางครั้งนี้เล่า ใช่แล้วครับ...ไม่มีหลักประกันใดๆทั้งสิ้น และนั่นอาจถือเป็นหัวใจสำคัญของลงมาว่ายวนในสังสารวัฏครั้งนี้ของเราๆ คือการถอดถอนหน้ากาก หลักประกัน และความหวังที่จะไปสู่สถานการณ์ที่ดีกว่าที่เป็นอยู่ ไม่มีพระเจ้า ไม่มีคุรุ ไม่มีเป้าหมาย ไม่มีสัญญาใจจากใครทั้งนั้น ขอเพียงแค่อยู่กับสิ่งที่เป็น ลงมาจากหอคอยงาช้างบนสรวงสวรรค์ มานัวเนียพัวพันทำความเข้าใจกับไฟที่แผดเผาแห่งความเป็นไปที่แท้จริง ท่ามกลางเหตุปัจจัยที่มืดมนในโลกแห่งวัตถุนิยมทางจิตวิญญาณ ที่เต็มไปด้วยเล่ห์ กล ภาพสะท้อนที่ลวงหลอก และคำมั่นสัญญาจากภายนอกที่ไม่มีแก่นสาระ ในยุคแห่งการหนีทุกข์ ยุคแห่งสุขนิยม ยุคแห่งความกลัวที่จะอยู่บนผืนดิน และนั่นคือการเดินทางของผม...กับแรงบันดาลใจ ที่ไม่จำเป็นว่าใครๆจะต้องเห็นด้วย

ไม่ว่าการเดินทางและแรงบันดาลใจของเราแต่ละคนจะเป็นเช่นไร สัมภาระของเราแต่ละคนจะมีสะสมมาต่างกันแบบไหน ทว่าเราก็ยังสามารถปฏิบัติร่วมกันได้เสมอ ณ พื้นที่ของการภาวนา มณฑลที่น้อมรับทุกสิ่งทุกอย่างที่มนุษย์คนหนึ่งสามารถจะเป็นได้ ขอเพียงแค่เรารู้ในสิ่งที่ตัวเองเป็น รู้ในคุณค่าและความปรารถนาเบื้องลึกของเรา รู้ในข้อจำกัดและสิ่งที่เรารับไม่ได้ รู้ถึงรายละเอียดของประสบการณ์ที่เกิดขึ้นจากสิ่งที่เราเป็น รู้ถึงภาพสะท้อนจากสิ่งที่เราเป็นในทุกสิ่งทุกอย่าง และที่สำคัญ "รู้ที่จะวางทุกอย่างในพื้นที่ของความรู้เนื้อรู้ตัว"...โดยไม่ต้องใส่ป้ายว่าอันนี้ "ควร" "ไม่ควร" "เหมาะ" "ไม่เหมาะ" "ดี" "ไม่ดี" ความหลากหลายของคำถาม การรู้แจ้ง ความสับสน ประสบการณ์ความเป็นคนของเพื่อนๆ ต่างก็เป็นสิ่งที่มีค่าเป็นอย่างยิ่ง มีค่ายิ่งกว่าคำสอนสูงส่งทั้งหลายทั้งปวงที่ถูกหยิบยื่นให้

ขอให้เราได้เป็นกำลังใจให้แก่กัน คงมั่นบนเส้นทางการฝึกตนของตนกันต่อไป

ในสายธารธรรม
วิจักขณ์

29.5.09

๑๐๘ / ๑

27.5.09

ฟังตรุงปะเสวนา


ฟังเสวนาคลิ๊กที่นี่

"ตรุงปะ เสวนา"
กับ ส.ศิวรักษ์, กฤษฎาวรรณ หงศ์ลดารมภ์,และ วิจักขณ์ พานิช
๒๓ พฤษภาคม ๕๒
เรือนร้อยฉนำ สวนเงินมีมา

24.5.09

กระจกแห่งสติ


19.5.09

อยู่กับสิ่งที่เป็น





๔๑ ชีวิตกับเส้นทางการอยู่กับสิ่งที่เป็น...

"เป็น อยู่ คือ"
โดย กัญญา ลิขนสุทธิ์ และ วิจักขณ์ พานิช
๑๒-๑๘ พฤษภาคม ๕๒
ณ สวนโมกข์นานาชาติ

18.5.09

จดหมายข่าววัชรปัญญาประจำเดือนเมษายน ๒๕๕๒

จดหมายข่าวฉบับนี้มาถึงในเวลาที่เดือนเมษายนผ่านพ้นไปนานแล้ว ไอร้อนของเดือนเมษายนเริ่มที่จะเจือจางไปด้วยพายุฝน ฤดูกาลยังคงหมุนวน ดั่งความรักของธรรมชาติที่ยังคงพร่ำแสดงสัจธรรมอันสูงสุดที่ปุถุชนไม่อยากมอง ท่ามกลางความร้อนรุ่มในใจเรา ที่มักตามด้วยการโหมซัดของสิ่งที่ไม่เคยคาดคิด จะมีบ้างไหมที่เรายังตระหนักอยู่ว่า พื้นหลังของความผกพันนานา ยังมีผืนฟ้าที่กระจ่างชัดไม่ลางเลือน

แด่เพื่อน ผู้ร่วมนำสาส์นแห่งความสัจจ์

"ดอกไม้แห่งฟากฟ้า ฑาคะขี่หลังลูกม้า
ถือกำเนิดจากแม่ม้าที่เป็นหมัน
การถ่ายทอดผ่านคำสอนปากเปล่า
ได้ทำให้ขนเต่ากระเจิดกระเจิง สิ่งที่ไม่อาจพรรณนาได้
ด้วยการกระทุ้งแหย่จากเขากระต่าย สิ่งที่ไม่ถือกำเนิด
ปลุกเร้าตีโลปะในความลุ่มลึกแห่งสัจธรรมอันสูงสุด

จากตีโลปะผู้บื้อใบ้ สิ่งที่ไม่สามารถอธิบายได้
สกัดกั้นความพยายามทั้งหมดในการสื่อสาร
นาโรปะผู้มืดบอด ได้เป็นอิสระในการมองเห็นความจริงโดยไร้การมอง
บนภูเขาแห่งกายธรรม ฉายแสดงสิ่งอันสูงสุด หนวกนาโรปะ
เป๋มาร์ปะ วิ่งเข้าสู่แสงอันเจิดจ้า
ซึ่งหาได้มีที่มาหรือที่ไป
ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ และเกสัปปะ ดอร์เจ

การเริงรำของพวกเขาคือความเป็นหนึ่งเดียวแห่งความมากหลาย
แตรเปลือกหอย ประกาศก้อง เกียรติแห่งความว่างในทุกทิศทาง
มันได้ร้องเรียกผู้อุตสาหะ ภาชนะอันควรค่าแก่คำสอน
จุดรวมใจทั้งหลาย จักรสัมวาระ โลกแห่งนี้
คือวงล้อแห่งคำสอนปากเปล่า
หมุนมันสิ ลูกรัก ...โดยปราศจากการยึดถือ"


จาก "ILLUSION'S GAME" แปลโดย วิจักขณ์ พานิช

10.5.09

พื้นที่ของความรัก


5.5.09

๕๕๕






"ห้าเดือนห้า ชุมนุมโยคี ครั้งที่ ๕"
๕ พฤษภาคม ๒๕๕๒
ณ พิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก
กรุุงเทพฯ

4.5.09

"ตรุงปะ" เสวนา



"วิพากษ์วิสัยทัศน์ทางจิตวิญญาณ การศึกษา วัฒนธรรม สังคม และผู้หญิง ของเชอเกียม ตรุงปะ : คุรุบ้า”

วันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ.2552
เวลา 13.00 - 16.30 น.
ณ เรือนร้อยฉนำ สวนเงินมีมา
เลขที่ 666 ถนนเจริญนคร (ระหว่างซอย 20-22)
เขตคลองสาน กรุงเทพฯ

วัชราจารย์เชอเกียม ตรุงปะ ริมโปเช เกิดที่ธิเบตในปี 1940 ท่านถูกระบุตัวว่าเป็นตุลกูหรือร่างที่มาเกิดใหม่ของลามะองค์สำคัญขณะอายุได้สิบสามเดือน และได้รับการอภิเษกเป็นตรุงปะที่สิบเอ็ดโดยกรรมาปะที่สิบหก ผ่านการศึกษาอย่างเคร่งครัดกับคุรุเพื่อบรรลุถึงปรีชาญาณ แล้วเดินทางสู่ธรรมศาลา (อินเดีย) ในปี 1960 หลังจากจีนใช้กำลังทหารเข้ายึดครองธิเบต

ท่านเป็นบุคคลรุ่นแรกๆ ที่นำพุทธศาสนาสายธิเบตมาเผยแผ่ยังโลกตะวันตก โดยท่านพยายามจะนำเสนอพุทธศาสนาในแง่มุมที่มิได้แปลกแยกจากสังคมตะวันตก แต่เป็นหนทางที่มุ่งเข้าสู่หัวใจของปรีชาญาณในแต่ละวัฒนธรรม การสอนของท่านจึงเน้นวิถีทางธรรมในรูปแบบฆราวาสมากกว่ารูปแบบทางศาสนา การปฏิบัติภาวนาที่ท่านแนะนำแก่ลูกศิษย์จึงมีทั้งศิลปะการเขียนอักษร การจัดดอกไม้ การยิงธนูแบบญี่ปุ่น พิธีชา การร่ายรำ ภาพยนตร์ ปฏิบัติธรรม จัดตั้งชุมชน และสถาบันการศึกษาแนวใหม่ (มหาวิทยาลัยนาโรปะ) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมพุทธวิถีใหม่ที่กำลังเบ่งบานในโลกตะวันตก

ท่านได้รับการกล่าวถึงว่าเป็น “คุรุบ้า” หรือเป็นคุรุแห่งปรีชาญาณบ้า ซึ่งเป็นแนวคิดที่มีมาแต่โบราณ เป็นภาวะอันแสดงถึงปัญญาญาณที่อยู่เหนือสมมุติใดๆ ถึงขนาดว่าปุถุชนโดยทั่วไปอาจมองว่าเป็นพฤติกรรมของคนบ้า ทว่าปัญญาญาณเช่นนั้นไร้ขอบเขต ปราศจากเงื่อนไข และเผยแสดงตัวมันเองตามสภาวะ โดยไม่สนใจกับประเพณีหรือมารยาทสังคม มันตรงไปตรงมาและเกิดขึ้นโดยฉับพลัน ปรีชาญาณบ้าซึ่งตรุงปะสำแดงออกมาเผยให้เห็นถึงความกรุณาอันเต็มเปี่ยม เป็นพุทธะอยู่ทุกขณะ

การศึกษาและวิพากษ์ชีวิต ผลงาน และญาณทัสนะของท่านเชอเกียม ตรุงปะ ริมโปเช เป็นการเปิดประตูสู่การศึกษาพระพุทธศาสนาสายธิเบตในหลากหลายแง่มุมที่น่าสนใจยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องจิตวิญญาณทางโลกย์ (การเข้าถึงแก่นธรรมของบุคคลทั่วไป) สายธรรมของญาณทั้งสาม มุทรา ตันตระ ชัมบาลา ฯลฯ ด้วยท่านเป็นวัชราจารย์ที่มีบทบาทในหลายด้านซึ่งนับว่าก้าวหน้าและสอดคล้องกับยุคสมัยยิ่ง ทั้งนี้เพื่อการศึกษาและน้อมนำพุทธธรรมสู่การปฏิบัติของคนในสังคมต่อไป


...........................................................................
13.00 - 14.00 น. ลงทะเบียนพร้อมชมนิทรรศการ “ยลความงามธิเบตและภูฐานผ่านภาพถ่าย”
14.00 – 16.00 น. เสวนา “วิพากษ์วิสัยทัศน์ทางจิตวิญญาณ การศึกษา วัฒนธรรม สังคม และผู้หญิง ของเชอเกียม ตรุงปะ : คุรุบ้า”
ร่วมเสวนาโดย
- อาจารย์สุลักษณ์ ศิวรักษ์
- กฤษดาวรรณ หงศ์ลดารมภ์
- วิจักขณ์ พานิช
ดำเนินรายการ โดย - จิตรกร บุษบา

16.00 – 16.30 น. เปิดวงให้ซักถามและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น

30.4.09

จิตวิญญาณแห่งผืนดิน

๙ - ๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๒
กับ โจน จันได และ วิจักขณ์ พานิช
ณ ศูนย์การเรียนรู้พันพรรณ
อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่

26.4.09

อาศรมขวัญใจ

"อาศรมขวัญใจ: แดเก่อลาซะโค่เม"
วิถีเรียบง่ายของการภาวนา ดำรงอยู่ร่วมกับป่าอย่างเกื้อกูล

กุฏิ ๑: แดตะโอ่ะมู (กระท่อมแห่งการดำรงอยู่ร่วมกัน)



กุฏิ ๒: เล-อะซะโอ่ะมู (ถ้ำแห่งการก่อกำเนิดชีวิต)

กระท่อมฝึกใจ










๒๐-๒๖ เมษายน ๒๕๕๒
สร้างกระท่อมฝึกภาวนากลางป่า
บ้านสบลาน อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่

25.4.09

an awakening

ผมพบกับพี่อ้วนครั้งแรกที่ดอยแม่สลอง เชียงราย
ในงานสัมมนาของกลุ่มอโชก้า
ผมรู้สึกประทับใจในหัวใจของพี่อ้วนตั้งแต่แรกรู้จัก
ความสนใจในเรื่องของจิตวิญญาณ ที่แตกยอดมาจาก
การผ่านร้อนผ่านหนาวมาอย่างโชกโชน
ได้ปรากฏอยู่ในเนื้อในตัวของพี่อ้วนอย่างแนบแน่น
ในทุกลมหายใจเข้าออก



"Phra Paisan tells about a monkey who hates the smell of kapi [shrimp paste] so much that, thinking its bottom has got dirty, it tries to rub off the imaginary taint so hard that its bottom bleeds. What hurts this monkey is not the kapi but its feelings of hatred toward it. The same is with your heart - most of the time it is your own thoughts that cause the wound.

I gradually 'crawled back' to my life. I started practising dharma, yoga and meditation. Until then, I had never had any interest in those 'spiritual' matters. Now, I've become a serious practitioner - everything I do must contribute to spiritual growth.

I still love the forest; I always want to be near it and, most importantly, I want to work for its protection. But I have changed my method. Instead of physical confrontations, I have started cultivating good 'seeds'."

"An awakening"
interview with Nikom Putta
Bangkok Post Outlook
March, 31 2009

read all...

15.4.09

perfect meditation posture



โดย เยเช เดอะ โยคินี

my heart brother




v: i'll go visit you in Deer Park one day.
p: that would be nice. we could go climb the mountain together, huh?